บันทึกการเสกวัตถุมงคลตามวิชาอาคม

Last updated: Dec 23, 2011  |  6592 จำนวนผู้เข้าชม  |  รอบรู้หมื่นฟ้า



บันทึกการเสกวัตถุมงคลตามวิชาอาคม


บันทึกการเสกวัตถุมงคลตามวิชาอาคมนั้นไม่ใช่มีในพระพุทธศาสนา
เป็นวิถีอันมาจากอานุภาพพระปริตรที่ใช้สวดบูชา

พระคาถาส่วนมากมาจากพระสูตร 7 ตำนาน 12 ตำนาน
มีอิทธิพลจากลัทธิพราหมณ์สมัยก่อน

การเสกเป่าวิทยาคุณเป็นแรงจูงใจอย่างหนึ่งในสังคมที่ขาดที่พึ่งทางใจ
สมัยก่อนทุพภิกภัย ภูติผีปีศาจภัยอันตรายลับหรือแจ้ง
มีมากคนผจญความกลัวไร้ที่พึ่ง จึงมีการสร้างวัตถุมงคลเสกเป่ากันมา

วิถีมนตรยานมีมากในฝ่ายเหนือ คือวัชรยานทางธิเบต  เนปาล  สิกขิม  สืบสานมาทางพม่า 
ลานนาที่มีสังคมจัดวัฒนธรรมการถือผีปีศาจมาก่อนพระพุทธศาสนา
มีการปรับเข้าในพิธีกรรมประเพณี เช่น สวดเบิก  สวดถอน  คัมภีร์สูตรต่างๆ

มีการปรับใช้จากชาดกอรรถกถาคำสอน วิทยาคุณในสายภาคกลางก็มีเริ่ม แต่สมัยอยุธยาจะเห็นชัด
ในระบบสมบูรณาญา สิทธิราชย์กษัตริย์คือสมมติเทพ
มีการจัดกลพิธีวิทยาคุณพราหมณ์พุทธ

การสร้างมงคลอนุสติ สืบพระศาสนาพระพุทธรูปพระเครื่องก็มีมานาน
ตั้งแต่อาณาจักรศรีวิชัยทวารวดี   สุโขทัย
สืบๆๆๆกันมาตามยุคว่ามีเถรวาท  หรือมหายานทรงศรัทธาในยุคใด ผสมผสานกันมาเรื่อยๆ
วัตถุมงคลในสมัยก่อน คือสื่อประจุกำลังจิต มอบเป็นที่ระลึกผู้ดูแลบำรุง
พระพุทธศาสนา

มีการถ่ายทอดเล่าเรียนกันมาตามครูอาจารย์
เน้นการสงคราะห์ก่อประโยชน์สังคม มิใช่การซื้อขาย มิใช่การดลบันดาลเอาดังขอ
ของที่พระยุคเก่าสร้าง คือตอบแทนชาวบ้านแทนข้าวน้ำ  ประจุสืบเอาไว้ในเขตพระพุทธศาสนา
มีการเจอพระกรุมากมาย อันเป็นต้นเหตุการสร้างพระ เครื่องรางขอ
งขลังในสยามที่ครูอาจารย์มักสำทับ

ของดีคนดีมีศีลมีธรรมจึงดี เป็นสัจจะ

สิ่งเหล่านี้เหมือนกุศโลบาย จะไปยึดถือมากก็ไม่ใช่
สิ่งสำคัญคือการฝึกจิต สมถะกรรมฐาน  วิปัสนากรรมฐาน 
เป็นตัวแปรของสิ่งต่างๆๆ ความมหัศจรรย์เป็นของแถม
พระทรงวิทยาคุณ ท่านก็ปฏิบัติธรรมดาๆๆๆ
ครูอาจารย์ต่างๆๆก็ใช้มนต์คาถา จากพระคัมภีร์พระปริตร มาปรับใช้ในสังคมวัฒนธรรม
ก่อเกิดรูปแบบ ในความศักดิ์สิทธิ์ ผ่านอักขระ 
ตัวขอม  ตัวลานนา  ตัวธรรมลาว ตัวพม่า  ตัวมอญ ตัวไทยใหญ่  
ศรัทธามาจากความเชื่อ ครูอาจารย์มัก
สอน

ของขลังมีจริง ถ้าจิตจริง

แต่ทุกอย่างก็เท่านั้น ขลังไม่ขลังก็ต้องตายเท่ากัน
คงแต่บุญบาป ผ่องใสขุ่นมัวเท่านั้นที่จะตามติดตนไป
ทำดีได้ดี  ทำชั่วได้ชั่ว
วอนขอพระ วอนขอเทพ  วอนขอผี ก็ไม่ต่างกันในการขอ
จงเป็นผู้พัฒนาตนเอง พ้นการขอ ฝึกตนเองให้ได้ จึงดี


เรียนไสยะศาตร์ไม่หลุดก็ใกล้นรกใกล้อบายถ้าเอาไปใช้ทางมิชอบ 
ฝึกไสยะอำนาจจิตสมถะเข้าใจได้ใช้เป็น ก็นำไปต่อยอดความรู้คือทางพ้นทุกข์ได้

วิถีไสยะวิทยาคม คือรูปแบบของ สมถะภาวนาที่เข้าไปในวิถีชีวิตชาวบ้าน
เมื่อใดพ้นความงมงาย เข้าใจกลไกของมัน ไม่ลุ่มหลงเรียกร้องเอาแต่คุณวิเศษ
ก็จะน้อมไปเป็นการพัฒนาสมถะ ให้เป็นทางตรงพระรัตนตรัยได้
อาจถือเป็นกลอุบาย ในการถ่ายทอดการฝึกจิต เพื่อพัฒนาไปสู่ความรู้ที่สูงขึ้น

พระโบราณ  ฆราวาสทรงวิทยาคุณ มักใช้เป็นเครื่องฝึกใจ สู่การภาวนาทางสูงขึ้น
ละชั่วทำดีทำใจผ่องใส ของจริงของเล่นของลวงของร้อนอยู่ที่การเข้าใจ
และใช้เป็นในทางสร้างสรรค์ไม่ลุ่มหลงงมงาย

เพราะจิตคือพลังงานที่ฝึกดีแล้ว ด้วยทานศีลภาวนา
ย่อมนำพาไปสู่ทางพ้นทุกข์
เพราะกฏอะไรก็ไม่พ้น
พระไตรลักษณ์
กฏแห่งกรรม


Powered by MakeWebEasy.com