เคล็ดมงคลกุศลเจ‏

Last updated: Dec 23, 2011  |  8320 จำนวนผู้เข้าชม  |  รอบรู้หมื่นฟ้า


                               เคล็ดมงคลกุศลเจ                              ‏

เราทั้งหลายเคยคิดบ้างไหมว่าในแต่ละปีมีสัตว์จำนวนเท่าไหร่ที่ต้องสละชีวิตมาเป็นอาหารของเราๆท่านๆ
ขอให้ทุกท่านสละเพียงไม่ถึง 15 นาทีต่อจากนี้
มาลองมาชมคลิปวีดีโอนี้กันก่อน

(ขออนุญาติเจ้าของคลิปนี้นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นธรรมทาน)



เราคงไม่ต้องรอถึงเทศกาลกินเจที่มีเพียง 9 ใน 365 วัน
...หากมีโอกาส ไม่ว่าวันใด...

เรามาสร้างกุศลง่ายๆแก่ตัวเอง
ด้วยการชำระใจ ละเว้นเนี้อสัตว์กันเถิด
อย่างน้อยก็ฝึกสติสมาธิให้มีในตน
โดยการอุทิศบุญแก่ปวงสัตว์ทั้งหลายที่ได้กินเลือดเนื้อมาเติมชีวิตเรา
แผ่เมตตาแก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งปวงจงเป็นสุขๆๆๆ
บางทีความไม่สบายกายใจติดขัดของเราที่หาสาเหตุไม่ได้
ก็อาจจะมาจากกระแสกรรมอาฆาตของเหล่าเจ้ากรรมนายเวรก็ได้
มาทำใจสบายทานผักผลไม้งดเนื้อสัตว์ของคาวอบายมุข สุรา ผักฉุน*** ต้องห้าม
*** (ผักฉุน 5 ชนิด ได้แก่ กระเทียม หัวหอม หลักเกียว กุยช่าย ใบยาสูบ )



*** เคล็ดกุศลมงคลเจเพิ่มเติม ***
ตั้งใจชำระใจให้บริสุทธิ์ สะอาดปราศจากกังวลความเศร้าหมองทั้งปวง
สมาทานศีล 5 หรือศีล 8 ให้บริสุทธิ์
อาจจะไปไหว้พระขอพรตามวัดศาลเจ้าต่างๆที่
บูชาดาวทั้ง 9
เติมน้ำมันตะเกียงทำบุญเพื่อความสว่างไสว
แต่ถ้าหากเบื่อคนมากวุ่นวายจะชำระตนรักษาศีล
แค่ทำใจให้สงบอาบน้ำล้างมือตาปากแล้วสมาทานศีลในตอนเช้าก็ได้
สามารถถึงพระด้วยตัวเราเอง

  

ให้หาชามแก้วลอยบัว 7 ดอกและมีประทีบหรือเทียน 7 เล่มจุดบูชาพระ
สวดสรณคมณ์ขอศีล 5 หรือศีล 8
หลังจากนั้นให้ตั้งจิตภาวนามนต์นี้

"นโม โอม สมันต พุทธนามสปต พุทธนามอนันตะ 
พุทธะนามโกฏินาม มหาพุทธะนามวัชระธาตุนาม 
ธรรมธาตุนาม นพราชามหาพุทธายะ โพธิสัตตานาม โอมวัชระ ธรรมะหริ 
โอมมณีปัทเมฮุมจิตตา จิตตา มหาจิตตา วัชระฮุม" 
88 จบ
   
ให้ตั้งจิตระลึกถึงปวงพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ทั้งปวง
ขอให้สรรพสัตว์ทั้งปวงพ้นวิบากและมีสุคติทุกๆตัวตนเทอญ
แล้วตลอด 9 วันให้ตั้งใจแผ่เมตตาเสมอๆ อย่าขุ่นมัวยิ้มให้สดใส
ให้บูชาบัว 7 ดอกทุกวัน ประทีปหรือเทียน 7 เล่มทุกวันแก่ปวงพระพุทธเจ้าพระโพธิสัตว์เทพยเจ้าทั้งหลาย
ดาวนพเคราะห์ทั้ง 9 ดาวชาตามีพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์เจ้าเป็นที่สุด
ให้เป็นพยานส่งบุญนี้ไปให้ทั่วจักรวาลพิภพจงเป็นศานติสุขสงบร่มเย็น
ให้หมั่นภาวนาพุทโธ หรือ เจริญสมาธิที่ถนัด หรือ มนต์นี้ คือ
"โอมวัชระธรรมะหริ โอมมณีปัทเมฮุม" วันละ100 1,000 10,000 ตามกำลัง
ถ้าปล่อยสัตว์ทำสมาธิได้ทุกวันยิ่งดี ให้ทำตามกำลังสบายๆอย่าได้กังวลจนดูมากไป
ให้ทำสบายๆจะเกิดอานุภาพมาก



อานิสงส์แห่งการเจริญกุศลเจ 9 วัน
1. อานุภาพบุญไพศาล
2. มารวิบากภัยระงับ
3. ดับหมื่นภัยโศกร้อน
4. ใจหยุดรุ่มร้อนสงบเย็น
5. เห็นธรรมะในจิตโดยง่าย
6. ช่วยปวงวิญญาณญาติทั้งหลายเป็นสุข
7. ไม่ต้องทุกข์ด้วยอดอยากยากทรัพย์สิน
8. มีกินมีใช้ทรัพย์มากมายรุ่งเรือง
  9. เป็นบารมีเนื่องสู่มรรคผลนิพพานโดยง่าย

  

เราลองมาให้ทุกๆวันเป็นเวลาที่ดีๆในการขออโหสิกรรมและให้อโหสิกรรมต่อกันและกัน
เพื่อมงคลดีๆที่โลภะ โทสะ โมหะ จะได้ทุเลากายเบาใจเบามากขึ้น
ซึ่งแม้แต่วิทยาศาสตร์ทางจิตยังยอมรับในการทานเจนี้ว่ามีผลต่อการบำบัดจิตใจ
อันทำให้ใจสดใสมีพลัง เกิดความมั่นคงทางใจ พ้นภาวะกังวลใจได้โดยอัศจรรย์

ใครที่ไม่เคยสร้างกุศลนี้ลองทำสิ่งดีๆให้เกิดแก่ตน
แค่คุณคิดชีวิตก็เปลี่ยน.....



ความหมายของคำว่า "เจ" 

คำว่า "เจ" ในภาษาจีนทางพุทธศาสนาฝ่ายมหายานมีความหมายว่า "อุโบสถ" เดิมหมายความว่า "การรับประทานอาหารก่อนเที่ยงวัน" ตามแบบอย่างของชาวพุทธที่รักษาอุโบสถศีล หรือรักษาศีล 8 ที่จะไม่รับประทานอาหารหลังเที่ยงวันไปแล้ว แต่สำหรับพุทธนิกายมหายานนั้น การรักษาอุโบสถศีลจะรวมถึงการไม่รับประทานเนื้อสัตว์ด้วย เราจึงนิยมเรียกการไม่ทานเนื้อสัตว์รวมไปกับการกินเจ                         

ในปัจจุบันผู้ที่รับประทานอาหารทั้ง 3 มื้อ แต่ไม่กินเนื้อสัตว์ก็ยังคงเรียกว่า "กินเจ" ดังนั้นความหมายของคนกินเจ ไม่เพียงแต่ไม่ทานเนื้อสัตว์ แต่ยังต้องดำรงตนอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม มีความบริสุทธิ์ สะอาด ทั้งกาย วาจา ใจ
 
ในเทศกาลกินเจ ผู้คนส่วนหนึ่งจะไม่กินเนื้อสัตว์ ทำให้ได้ช่วยชีวิตสัตว์ไว้ได้ส่วนหนึ่ง เนื่องจากมีการฆ่าสัตว์น้อยลง ผู้คนที่ศรัทธาในพุทธศาสนาจะพากันสละกิจโลกียวัตร และ พากันเข้าวัดวาอารามบำเพ็ญศีลสมาทาน กินเจ คือ บริโภคแต่อาหารจำพวกพืชผัก และ ผลไม้เป็นหลัก ละเว้นไม่กระทำกิจใด ๆ อันนำมาซึ่งการเบียดเบียนเดือดร้อนให้เกิดแก่สัตว์โลก คือการไม่เอา ชีวิต เลือด เนื้อของสัตว์โลกให้มาเป็นของเรา พากันซักฟอกมลทินออกจากร่างกาย วาจา และ ใจ สวมเสื้อผ้าขาวสะอาด เข้าวัดเข้าวา พร้อมด้วยดอกไม้ธูปเทียน ทำบุญทำทานแก่สัตว์โลกผู้ยากไร้ ถือศีลกิจเจเป็นเวลา 9 วัน

"การกินเจ"
ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 หมายถึง การถือศีลอย่างญวนและจีนที่ไม่กินของสดคาว แต่บริโภคอาหารประเภทผักที่ไม่มีของสดของคาวผสม ซึ่งมาจากรากศัพท์คำภาษาจีนที่ว่า "เจียฉ่าย" หมายถึง การกินอาหารผัก อาหารที่มาจากพืชผักธรรมชาติ ไม่มีเนื้อสัตว์ปะปน และไม่ปรุงด้วยผักฉุน 5 ชนิด ได้แก่ กระเทียม หัวหอม หลักเกียว กุยช่าย ใบยาสูบ และงดเว้นน้ำนมสด นมข้นด้วย เพราะถือว่าเป็นของสดของคาว 


 ประวัติเทศกาลกินเจ  

มีความเชื่อหนึ่ง มาจากการบูชาดาวนพเคราะห์ทั้งปวง ตามความเชื่อในพุทศาสนาฝ่ายมหายานของจีน ที่ถือการทำบุญทำทานแก่ผู้ยากจน เป็นที่นิยมมาแต่โบราณ เชื่อกันว่าการกินเจนั้นให้ผลดีทางด้านจิตใจ เป็นพิธีกรรมที่ศักดิ์สิทธิ์ ได้แผ่เมตตา กรุณา ช่วยชีวิตให้สัตว์ให้รอดตายได้จริง ๆ จากตอนหนึ่งในหนังสือ “ประวัติการกินเจ” ของอาจารย์เสถียร โพธินันทะ พิมพ์โดยโรงเจฮั่วเฮียง ท่านกล่าวถึงประวัติการกินเจเดือนเก้าจีนไว้มีใจความว่า

พิธีการกินเจเดือนเก้าตามปฏิทินจีนทุก ๆ ปี มีกำหนด 9 วันนั้น ลัทธิมหายานในพุทธศาสนามีอรรถาธิบายว่า เป็นการประกอบพิธีกรรมสักการบูชาพระพุทธเจ้า 7 พระองค์ กับ พระโพธิสัตว์อีก 2 พระองค์ รวมเป็น 9 พระองค์ หรือ นัยหนึ่งคือ “ดาวพระเคราะห์ทั้ง 9” ซึ่งในพระสูตร “ปั๊กเต้าโก้วฮุดเซียวไจเอี่ยงซิ่วเมียวเกง”ได้เอ่ยนามไว้ และได้แบ่งภาคต่อ ๆ มาเป็น ดาวนพเคราะห์คือ

เทพนพเคราะห์ที่กล่าวบูชาในพิธีประกอบด้วย

1. รวิเทพ หรือพระอาทิตย์ จีนเรียก ไท้เอี้ยง( 太阳 )

2. โสมะเทพ หรือพระจันทร์ จีนเรียก ไท้อิม( 太阴 )

3. มังคละเทพ หรือพระอังคาร จีนเรียก ฮวยเต็ก( 火德 )

4. วุธะเทพ หรือพระพุธ จีนเรียก จุยเต็ก( 水德 )

5. คุรุเทพ หรือพระพฤหัสบดี จีนเรียก บั่กเต็ก( 木德 )

6. สุกรเทพ หรือพระศุกร์ จีนเรียก ไท้แปะ( 太白 หรือ กิมเต็ก 金德 )

7. โสระเทพ หรือพระเสาร์ จีนเรียก โทวเต็ก( 土德 )

8. ราหุเทพ หรือพระราหู จีนเรียก ล่อโห้ว( 罗 (日侯) )

9. เกตุเทพ หรือพระเกตุ จีนเรียก โก้ยโต่ว( 计都 หรือดาวเจ้าสมุทร 海王星 )

รู้เรื่องนพเคราะห์


เมื่อถึงขึ้น 1 ค่ำ เดือน 9 ตามจันทรคติจีน เทพเจ้าทั้ง 9 จะผลัดเปลี่ยนกันมาตรวจโลก คอยให้คุณให้โทษแก่ประชาชนทั่วไป ด้วยความที่เทพเจ้าทั้ง 9ทรงมีน้ำพระทัยเปี่ยมไปด้วยพระเมตตาคุณ ควบคุมให้ถึงพร้อมด้วยความบริบูรณ์ทางธรรม สอดส่องควบคุมทุกข์สุขของสัตว์โลกด้วย บัณฑิตโบราณจึงบัญญัติไว้ว่า การทำพิธีกรรมบูชาดาวนพเคราะห์ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพ ให้พุทธบริษัทมาประชุมบำเพ็ญกุศลวัตรถวายพุทธบริโภค รักษาศีล สดับฟังพระอภิธรรม และ ธรรมเทศนา บริจาคไทยทาน ทิ้งกระจาด และ ลอยกระทงแผ่กุศลแก่สัตว์ที่ตกทุกข์ได้ยากในนรกอเวจี อันมีเปรตอสูรกายเป็นอาทิ และ ทำการปล่อยนกปล่อยปลา เต่า เป็นต้น

นพเคราะห์เป็นความเชื่อเกี่ยวกับเหล่าเทพ หรือหมู่ดาวที่มีอิทธิพลในการกำหนดเคราะห์หรือชะตากรรมของปุถุชน ซึ่งไทยเราได้รับสืบทอดความเชื่อนี้มาจากพวกโหรพราหมณ์ชาวอินเดีย

ในสมัยอยุธยาจวบจนต้นยุครัตนโกสินทร์การบูชานพเคราะห์เป็นพระราชพิธีในการเฉลิมพระชนมพรรษาของพระมหากษัตริย์ เพื่อเป็นราชมงคลและสะเดาะสรรพทุกขภัยของแผ่นดิน เมื่อกาลเวลาผ่านไป ความเชื่อศรัทธาในพิธีกรรมนี้ได้แพร่สืบทอดจากพระราชสำนักมาสู่ภายนอกอย่างมงคลพิธีอื่นๆ พร้อมกับเปลี่ยนผู้นำในการประกอบพิธีกรรมจากพราหมณ์มาเป็นภิกษุสงฆ์

ในพิธีบูชานพเคราะห์ นอกจากการสวดมงคลคาถาแล้ว ยังมีการสวดคำบูชานพเคราะห์ และจบด้วยคำวอนขอพรจากทวยเทพได้โปรดประทานพรให้ผู้ร่วมในพิธีรอดพ้นจากสรรพทุกขภัยและโรคาภัย 

นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่า คนทุกคนอยู่ภายใต้บารมีของเทพนพเคราะห์ตั้งแต่เกิดจนสิ้นอายุขัย เทพนพเคราะห์แต่ละองค์จะส่งผลต่อคนที่ตกในแต่ละนักษัตรเป็นรายปีตามอันดับสลับกันไปเป็นวงจรเก้าปี บุคคลเมื่อตกอยู่ในบารมีของเทพองค์ใด ก็จะมีผลให้ต้องประสบชะตากรรมไปตามอำนาจบารมีของเทพองค์นั้น จากความเชื่อนี้เอง ทุกปีในช่วงเดือนอ้ายของจีน วัดญวนในประเทศไทยจึงนิยมจัดให้มีพิธีสวดและจุดเทียนบูชานพเคราะห์เป็นงานประจำปีที่เอิกเกริกเสมอมา




 




Powered by MakeWebEasy.com