|
เทพวิถีเซียนพรตแห่งโลกวิญญาน
กำเนิดแห่งกองบุญหมื่นฟ้า
เทพเจ้าแห่งวิชาเทพเซียนที่เกี่ยวข้องกับอาจารย์ไวรุศมุณี
 |
 |
 |
องค์เทพธรรมาจารย์อั้งกึงเหลาโจ้ว
ท่านเป็นอาจารย์ของเหลาจื้อ
ปฐมเหตุแห่งวิชาเทพเซียน
มหาอักขระโบราณ |
องค์คุรุเทพจางเทียนซือ
หรือ อาจารย์เตีย
ผู้เชี่ยวชาญเวทมนต์คาถา
และการวาดยันต์ |
องค์ปรมาจารย์ก้วงเจ็กจุงอ๊วง
หรือเทพเจ้าหนุ่มหน้าใส
เป็นเทพเจ้าแห่งฮวงจุ้ย
ผู้มีบารมีมาก |
ประวัติของปรมาจารย์องค์สำคัญ
ประวัติแบบพอสังเขปของท่านอั้งกึงเหลาโจ้ว
กล่าวกันว่าท่านเป็นต้นประวัติศาสตร์ของเทพเซียนเลยก็ว่าได้
ท่านเหลาโจ้วเป็นผู้เผยแผ่พรตโยคีของอินเดียแล้วสร้างอักขระยันต์เทพจากการบำเพ็ญ
ท่านเป็นผู้ให้ธรรมแก่องค์เหลาจื่อไท้เสียงเล่ากุงเพียงการยิ้มเท่านั้น
ท่านเหลาโจ้วเพียงยิ้มตอนท่านไท้เสียงเบื่อหน่ายสังคมนั่งควายออกพเนจรคิดหาปรัชญา
แล้วเจอท่านเหลาโจ้วนั่งเล่นเป็นเด็กๆ ขณะอายุได้ 7,000 ปี หน้ายังผ่องใส
ท่านเหลาจื่อถามว่าที่สุดแห่งมรรคาอยู่ที่ใด
ท่านเหลาโจ้วผงกหัวแล้วยิ้มจึงบินขึ้นฟ้าไป
ท่านเหลาจื่อเข้าใจจึงนำมาเขียนเต๋าเต็กเก็งออกเผยแผ่จนบัดนี้
ประวัติแบบพอสังเขปของท่านก้วงเจ็กจุงอ๊วง
ท่านเป็นคนธรรมดาที่สำเร็จเป็นเซียนโดยใช้วิชาฮวงจุ้ยทำให้ท่านและภรรยาสำเร็จเป็นเซียน
ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญเทพวิชาจากการทำสมาธิและได้ตำราเทพโบราณ
กล่าวว่าท่านฝึกเต๋าเข้าสู่วิถีธรรมชาติ จนสามารถชะลออายุทำให้ใบหน้าสดใสตลอดเวลาไม่แก่ไม่เฒ่า
บางตำนานกล่าวว่าพอท่านอายุได้เกือบ 100 ปี ท่านได้ทำฮวงจุ้ยแล้วเหาะขึ้นสวรรค์
ไปเป็นอาจารย์ฮวงจุ้ยที่ชีวิตสมบูรณ์ที่สุดเพราะท่านครบทางโลกทางธรรม
และใช้ความรู้สงเคราะห์คนมีตำแหน่งโชคลาภมงคลทุกที่ที่ท่านอยู่
ที่ใดฮวงจุ้ยเสียให้เขียนพระนามท่านจะช่วยปัดเป่าภัยได้
ท่านมีหน้าที่ชวยเหลือผู้เรียนเทพวิชาชัยภูมิที่มีจิตกุศล
ไม่ให้ตกต่ำรันทดด้วยอาถรรพณ์วิชาเพราะฮวงจุ้ยไม่ใช่วิชาหากิน
ตำราจีนบางที่กล่าวว่าท่านเป็นคนสมัยหมิง แต่ในบางตำราก็บอกว่าท่านเป็นคนสมัยถัง
คนฮกเกี้ยนนับถือกันมาก
*** ประวัติที่น่าสนใจของท่านก๊วงเจ็กจุงอ๊วง หรือ กงเต็กต่ายจุงอ๋อง ***
สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ในเว็ปไซท์
http://www.phuketvegetarian.com/borad/data/4/0005-1.html
พระราชครูเตียก๋วยเล่า (จางกั้วเล้า)

ท่านอาจารย์เซียนจางกั้วเล้าเป็นบุคคลที่มีตัวตนในประวัติศาสตร์โบราณของจีน
สมัยราชวงศ์ถังเมื่อ 1,800 ปีก่อนในตำนานเซียน 8 ทิศของจีน
ท่านเป็นเซียนผู้คุ้มครองรักษาทิศเหนือ มีอำนาจทางจิตชั้นสูง
เป็นเซียนที่อาวุโสที่สุด ชำนาญเทพยวิธีและเวทย์มนต์เทพเซียน
คอยสงเคราะห์ผู้คนที่ทำดีและมีศรัทธาจิตในธรรม
ท่านถือกำเนิดจากค้างคาวที่จำศีลนาน 10,000 ปี
มีตำนานเล่าถึงประวัติท่านจางกั้วเล้าว่า ในสมัยโบราณกาลนั้น ท่านเป็นเด็กหนุ่มที่เกิดมาในตระกูลมหาเศรษฐี ท่านมีจิตใจเมตตากรุณาต่อสัตว์โลกเป็นอย่างยิ่ง ชอบทำบุญช่วยเหลือผู้อื่นตั้งแต่เด็ก มีวันหนึ่งขณะที่เด็กชายได้วิ่งเข้าไป เล่นในป่าก็ได้ไปเจอถ้ำๆหนึ่งจึงได้เข้าไปนั่งสมาธิในถ้ำนี้ และได้พบคัมภีร์ฝึกปฎิบัติวิถีแห่งการเป็นเซียน ก็เริ่มปฎิบัติฝึกจิตให้ว่าง คือ การรู้แจ้งเห็นจริงในจิต เมื่อเข้าใจก็กลับมาปฎิบัติต่อเนื่องจนกระทั่งอายุุ 12 ปีก็สำเร็จเป็นเซียนมนุษย์ และได้เริ่มก่อตั้ง กองบุญหมื่นฟ้า ขึ้น จุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก สร้างกุศล มหากุศลมากมาย ท่านเริ่มตั้ง โรงทานทั้ง 4 มุมเมือง และสร้างศาลเจ้ามากมายให้ผู้คนได้กราบไหว้ แม้สมัยนั้นยังไม่มีศาสนาพุทธ ท่านก็สอนให้ผู้คนเข้าใจธรรมชาติ ระลึกถึงคุณของธรรมชาติ ผู้ทรงคุณงามความดีทั้งหลาย เมื่อเจริญวัยขึ้นมาและสูญเสียพ่อ-แม่ ท่านจางกั้วเล้าก็ยังคงใช้ทรัพย์สินที่มีอยู่ทำบุญเรื่อยมา มีเรื่องมหัศจรรย์ที่ว่าท่านสามารถทำบุญได้ทุกวันๆละ 10,000 ตำลึงทองคำไม่มีหมด (แจกไปเท่าไหร่ก็ไม่หมด) จนกระทั่งอายุ 29 ปี ท่านได้ธรรมะและบรรลุเป็นเซียนทันทีและเหาะกลับขึ้นไปบนสวรรค์
ปริศนาธรรม (รูปสมมุติอาจารย์เซียน) — ใยท่านจึงมี 2 ภาคในร่างเดียว???
ภาคแก่ สีม่วง = การเข้าซึ้งถึงสัจธรรม
ภาคหนุ่ม สีขาว = ใจเบิกบานในธรรมเหมือนกลับสู่วัยรุ่น
อำนาจอักขระมนตราทางฝ่ายจีนของ อาจารย์ไวรุศมุณี ก็ มาจากการติดต่อทางโลกวิญญาณ บำเพ็ญพรตวิถีแห่งเซียนพระองค์นี้ อาจารย์ไวรุศมุณีนั้นแม้ไม่ได้มีเชื้อสายจีนเลยแต่มีญาณพิเศษในการบำเพ็ญพรต ที่สามารถใช้เวทย์มนต์จากอักขระโบราณของจีนได้ โดยการเจริญสมาธิตั้งแต่ 7 ขวบ โดยเฉพาะวิชาฮู้และฮวงจุ้ย จนชาวจีนและคณะศรัทธานับถือบารมีของอาจารย์ในฐานะของเซียนหรือนักพรตผู้ สำเร็จคนหนึ่ง จากการที่มีบารมีมาแต่อดีตชาตินั่นเอง
มีบางคนอาจยังสงสัยในตัวตนของอาจารย์และความเป็นมาของกองบุญหมื่นฟ้า
ความจริงกองบุญหมื่นฟ้าก็เปรียบเสมือนธนาคารเก็บเงินฝาก พลังบุญ พลังใจ เพื่อพระนิพพานในชาตินี้นั่นเอง รูปแบบอาจหลากหลาย เพราะอาจารย์เองเคยปรารถนาพุทธภูมิมาก่อน ประเภทศรัทธาธิกะ 40 อสงไขย จึงต้องมาชำระให้หมดจด ลักษณะการโปรดจึงเหมือนพระโพธิสัตว์ทางจีน + ธิเบต โบราณ คนจีนถือว่าอาจารย์คือเหลาะเซียน เทวดามีชีวิตบนโลก ดังนั้นทุกๆคนที่มาพบกันในกองบุญคือเครือข่ายสัมพันธ์บุญ เพื่อ ทาน ศีล ภาวนา เป้าหมายสูงสุดสู่พระนิพพาน
กองบุญหมื่นฟ้าจึงเกิดจากจิตกุศลและความตั้งใจมั่นของท่านอาจารย์ไวรุศมุณีที่จะได้สนองคุณพระพุทธ ศาสนา ปรารถนาทำถวายพระพุทธเจ้าและการเตรียมตัวเดินทางสู่การไม่กลับมาเกิดอีก นั่นคือ พระนิพพาน ชาติสุดท้ายในภพนี้ เป็นการทำหน้าที่เซียนมนุษย์ เซียนเทวะ แล้วเข้าสู่ เซียนอริยะ เพื่อนำพาลูกหลานที่ร่วม เกิด แก่ เจ็บ ตาย ได้พ้นทุกข์เป็นครั้งสุดท้าย ปลดล็อคอธิษฐานพุทธภูมิไม่มีภาระใดค้างคาใจอีกต่อไป
ในการสงเคราะห์ ท่านอาจารย์ไวรุศมุณีได้นำองค์ความรู้ในวิชานักพรต เทพยวิธีแบบเทพเซียนราชวงศ์ถังมาสงเคราะห์ในการช่วยเหลือลูกศิษย์ โดยเฉพาะวิชาฮวงจุ้ยซึ่งท่านอาจารย์มักเรียกวิชานี้ว่า วิชาเทพเซียน เลือกสงเคราะห์ตามธรรม ซึ่งไม่ได้ประกอบเป็นธุรกิจ สงเคราะห์ได้ตามบุญแล้วแต่บุญนำพามาพบกัน
วิชาเทพเซียนนี้จึงมี ผลอันมหัศจรรย์ พลิกผันชีวิต ธุรกิจการงานของคนมานักต่อนักตามบุญของผู้นั้นจริงๆ ด้วยว่าวิชาเทพเซียนคือการจัดรหัสบุญจาก ฟ้า ดิน สู่ คน และ ปวงเทพ ด้วยวิชาอักขระเทพจีนโบราณนั่นเอง
ประวัติพระอาจารย์องค์สำคัญ
ทางโลกวิญญาณมีพระอาจารย์ที่ถ่ายทอดวิชาทางจิตโดยเฉพาะมนต์ที่ใช้อักขระกูโบ๊ส (ภาษาเทพ) แด่ท่านอ.ไวรุศมุณีซึ่งท่านเคารพอย่างมากและทำหน้าที่นักพรตทางโลกวิญญาณ อุทิศให้เสมอนั่นก็คือ องค์ท่านท้าวชินะปัญจะระ ท้าวมหาพรหมแห่งอกนิษฐกสุทธาวาสชั้นที่ 15 (พระผู้ปราบมาร) ท่านเป็นพระอนาคามีบุคคลที่อธิษฐานอยู่ดูแลพระพุทธศาสนา 5000 ปี ซึ่งอดีตชาติท่านเป็นศิษย์แห่งพระโมคคัลลานะ เนื่องด้วยต้องวิบากกรรม จิตจึงสถิตที่ชั้นพรหม มาจนถึงปัจจุบันนี้ พระองค์ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญอักขระมนตราและพระเวทย์ชั้นสูง เวลาท่านเจริญมนต์โลกธาตุจะสะเทือนหวั่นไหวและฟังสวดพระเวทย์ ท่านเป็นที่เคารพของเทพยเจ้าทุกลัทธิ ทุกศาสนา มีวิมานสถานส่วนพระองค์ ทรงแผ่รัศมีจิตไปในสมาธิของผู้ปฏิบัติที่เชื่อมสายใยบุญเพื่อสร้างกุศลแก่ พระพุทธศาสนา แม้กระทั่งสมเด็จพระพุฒาจารย์โตก็เคยพบพระองค์ท่านจึงได้สร้างพระสมเด็จอันลือเลื่องมาจนถึงทุกวันนี่
ความลับสูงสุดแห่งองค์พระชินะปัญจะระ มี 5 ภาค
.jpg) |
.jpg) |
 |
ภาคขาว
องค์พรหม
เกิดสมัยพระพุทธกาล |
ภาคแดง
องค์พระขันธกุมาร
ในศาสนาพราหณ์ ฮินดู |
ภาคเหลือง
องค์ตั่วเหล่าเอี้ย
เทพเจ้าแห่งทิศเหนือ
ปฐมนิกายเต๋าโบราณ
สืบสานตระกูลจางแห่งบู๊ตึ๊ง |
 |
 |
|
ภาคเขียว
อุ่ยท้อผ่อสัก
พระเวทย์มหาโพธิสัตว์
ผู้พิทักษ์พระศาสนามหายานของจีน |
ภาคดำ
พระยมานตกะของธิเบต
ปางปราบความตาย
(นับถือที่สุดในวัชระยาน) |
|
|
|
แล้วทำไมท่านจึงมีถึง 5 ภาค??? ท่านทรงมี 5 ภาคเพื่อโปรด 5 สถานะ หรือก็คือ 5 ภพ
ภาคขาว ผู้มีธรรมสมาธิ เพื่อโปรด พรหม
ภาคแดง ผู้มีหิริโอตัปปะ เพื่อโปรด เทพ
ภาคเหลือง ผู้มีทานบารมี เพื่อโปรด มนุษย์
ภาคเขียว ผู้มีศีลบารมี เพื่อโปรด อสูร ภูติ สัมภเวสี
ภาคดำ ผู้มีปัญญา เห็นความจริงตามธรรม มีมรณานุสติ เพื่อโปรด เปรต สัตว์นรก

ประวัติเพิ่มเติมของท่านอ.ไวรุศมุณี ==> http://wairutmunee.wordpress.com
|