หอพยายม
ประสบการณ์กับหอพยายมราช
[24 มิถุนายน 2554 10:46 น.]จำนวนผู้เข้าชม 3028 คน


ประสบการณ์กับหอพยายม โดยคุณวิบูลย์ ฐานันดรสุข

 

ถึง ชาวกองบุญหมื่นฟ้า ทุกท่าน 

      ผมขอใช้โอกาสนี้ เล่าถึงประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับแม่ของผมเอง และถือโอกาสขอบคุณอาจารย์ไวรุศมุณีที่ได้ช่วยคุณแม่ผมไว้ครับ
เมื่อเดือนเมษายน ปี 53 ช่วงที่มีเหตุการณ์ทางการเมือง และมีการปิดถนนแถวสีลมและสวนลุม ซึ่งคุณพ่อและแม่ผมไปสวนลุมทุกเช้า ในวันนั้น หลังจากออกกำลังกายเสร็จ ท่านก็จะเรียกรถกลับบ้าน แต่ด้วยความที่ถนนปิด ไม่มีแท๊กซี่ผ่านมาทางด้านถนนพระราม 4 ด้านข้างสวนลุม คุณพ่อและแม่ผมจึงจำเป็นต้องเดินข้ามถนนเพื่อไปเรียกรถฝั่งตรงข้าม หน้าตึกอือจือเหลียง เนื่องจากเดินขึ้นสะพานลอยไม่ไหวด้วยอายุขนาดนั้น (จริง ๆ แล้วคุณพ่อผมขับรถได้ แต่ด้วยอายุเกิน 80 ปี ลูก ๆ จึงให้นั่งแท๊กซี่แทน) ตอนนั้นเป็นเวลา 6 โมงเช้า ฝนพึ่งหยุดตก ปรากฎว่าในระหว่างที่ทั้งสองท่าน เดินข้ามไป ก่อนจะถึงเกาะกลางถนน มีแท๊กซี่คันหนึ่งลงมาจากสะพานไทย เบลเยี่ยมด้วยความเร็ว และด้วยความที่ถนน ลื่น ทำให้เฉี่ยวคุณแม่ผมล้มลงหมดสติไป แท๊กซี่คันนั้นเสียหลักไปชนแท่นปูนตรงเกาะกลางถนน แตกไปหลายท่อน  ลูก ๆ ได้รับโทรศัพท์แต่เช้า ว่า “แม่โดนรถชน แถวสวนลุม ตอนนี้อยู่โรงพยาบาลจุฬา ยังไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร” บอกตามตรงว่าตอนนั้นในระหว่างที่รีบขับรถไปก็ทำใจแล้ว พอไปถึงแผนกฉุกเฉิน สภาพที่เห็นก็แทบเข่าอ่อน คุณแม่นอนอยู่บนเตียง ยังพอมีสติ ตาข้างหนึ่งบวมจนปิดสนิท แขนขวาหัก ข้อมือขวาหัก ขาซ้ายหักหลายท่อน รีมฝีปากฉีกมาถึงคาง ฟันหัก เกือบหมดปาก คุณหมอต้องการเช็คช่องท้องว่ามีเลือดออกภายในหรือไม่ ผลปรากฎว่า ในระหว่างที่พยายามส่องกล้อง (หรือฉีดสีทางทวารผมไม่แน่ใจ) ก็ปรากฎว่าไปสะดุดบางอย่าง มาทราบทีหลังว่า เป็นมะเร็งลำไส้ระยะที่ 3 ตอนนั้นยังทำอะไรไม่ได้จนกว่าร่างกายจะแข็งแรงพอจากอุบัติเหตุ ดูเหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด แต่คิดในทางที่ดี ก็เป็นความโชคดีบนความโชคร้าย ถ้าไม่มีอุบัติเหตุ ก็อาจจะทราบช้ากว่านี้

คุณแม่รักษาตัวอยู่โรงพยาบาลจุฬาอยู่หลายสัปดาห์ เนื่องจากคุณหมอยังไม่แนะนำให้ย้าย รอคิวผ่าตัดแขน และขาที่หัก อยู่หลายวัน แต่ก็โดนเลื่อนออกไปด้วยเหตุการณ์ผู้ชุมนุมบุกโรงพยาบาล เช้าวันรุ่งขึ้น (ในช่วงที่มีการเผา) เราจึงตัดสินใจย้ายไปโรงพยาบาลเอกชนทันที และได้รับการผ่าตัดแขน และขา ในคืนนั้นเลย หลังผ่าตัดประมาณ 3 สัปดาห์ คุณหมอตัดสินใจผ่าตัดมะเร็งลำไส้ต่อ และพบว่า ลุกลามไปถึงต่อมน้ำเหลืองแล้ว ตอนนั้นก็ทำใจเป็นครั้งที่ 2 อย่างไรก็ตาม คุณหมอแนะนำให้ทานยาคีโม ซึ่งในตอนแรก ๆ ลูก ๆ ทุกคน ก็ลังเล เพราะเห็นว่าเข้าต่อมน้ำเหลืองแล้ว และคุณแม่ ก็ยังเจ็บแผลผ่าตัด แขน ขา และ ท้อง อยู่ (หลาย ๆ ท่านคงทราบผลข้างเคียงของยาคีโม ว่าทรมานมากขนาดไหน โดยเฉพาะสำหรับคนแก่อายุเกือบ 80 ปี) แต่สุดท้ายลูก ๆ ทุกคน ก็เชื่อตามคำแนะนำคุณหมอ แต่เหมือนเคราะห์ซ้ำเป็นครั้งที่ 3 แผลผ่าตัดที่ขา ของคุณแม่ เกิดติดเชื้อ และจำเป็นต้องผ่าอีกรอบ ลูก ๆ เห็นสภาพคุณแม่ก็น้ำตาซึมกันทุกคนกับสิ่งที่คุณแม่ ต้องเจอในช่วงเวลา 1-2 เดือนนั้น คุณหมอแนะนำให้เริ่มทานยาคีโม หลังจากฟื้นตัวจากการ ผ่าตัดครั้งที่ 3 ก่อน

เพื่อนสนิทผม (ถนัด และ นุ) ทราบเรื่องคุณแม่ผมดี จึงแนะนำผมให้ไปพบท่านอาจารย์ไวรุศมุณี ที่เชียงใหม่ ช่วงประมาณเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว (พอดีผมต้องไปทำงานเชียงใหม่อยู่เป็นประจำอยู่แล้ว) ได้มีโอกาสพบอาจารย์ที่โรงแรมเซ็นทาราดวงตะวัน ประมาณ 3 นาที แต่เป็น 3 นาที ที่มีความหมายมาก วันนั้นประมาณสองทุ่มกว่าแล้ว อาจารย์เหนี่อยมากจากการเดินทาง แต่ท่านก็ให้โอกาสถามสั้น ๆ พอผมบอกว่าอยากจะถามเรื่องคุณแม่ พอบอกปีเกิด อาจารย์นับนิ้ว ประโยคแรกที่บอกผมคือ “ไม่ดีมาตั้งแต่เดือน เมษา แล้วนะ” (ย้อนกลับไปอ่านข้างบน คุณแม่ผมเกิดอุบัติเหตุ เดือนเมษายนพอดี) ผมอึ้งเลยครับ อาจารย์บอกว่า “เดือนสิงหาคม จะแย่ลงอีก ที่จริงแล้ว ถึงเวลาที่จะไปแล้วปีนี้ แต่ถ้าพยายามดึงให้ข้ามตรุษจีนได้ ก็จะดีกว่า” (หมายถึงจะไปในภพที่ดีกว่า) ตอนที่ได้ฟังอาจารย์ บอกตามตรง ว่า ความหวังมีไม่มาก ที่จะต้องพยายามยื้อไปอีกประมาณ 7 เดือน (เพื่อข้ามตรุษจีน) ด้วยสภาพของคุณแม่ในขณะนั้น อาจารย์บอกว่า ในระหว่างนั้น ให้ปล่อยปลา ทุก ๆ เดือน จำนวนเท่ากับอายุของคุณแม่ ผมเริ่มทำทันที โดยปล่อยปลาจำนวน 80 ตัว ทุก ๆ เดือน (ปลาดุกในตลาดบ้าง ในวัดบ้าง สลับกันไป) ด้วยความหวังเพียงอย่างเดียวคือ ขอให้ อาการคุณแม่ดีพอที่จะข้ามตรุษจีนไปได้ ในหลายเดือนนั้น คุณแม่เริ่มทานยาคีโม และด้วยผลข้างเคียง ก็ทำให้สภาพร่างกายอ่อนแอ ทานอาหารไม่ลง จนเกร็ดเลือดต่ำเกินขีดอันตราย อยู่หลายครั้ง มีหลายครั้ง แม่บอกว่า ไม่เอาแล้ว ไม่กินยาแล้ว (คุณแม่ไม่ทราบว่า ท่านเป็นมะเร็งลำไส้ ลูก ๆ บอกเพียงว่าเป็นแผลที่ลำไส้) อย่างไรก็ตาม ผมยังคงปล่อยปลาอยู่ทุก ๆ เดือนในระหว่างนั้น ตามที่อาจารย์แนะนำ และด้วยการดูแลเป็นอย่างดี จากลูก ๆ (เหล่า พี่สาวของผม) ประกอบกับกำลังใจที่ดีของคุณแม่ ทำให้อาการดีขึ้น ๆ เป็นลำดับ จนในที่สุด ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ปีนี้ ผมยังจำได้ ผมได้ปล่อยปลา ล๊อตสุดท้าย 80 ตัวที่คลองวัดลาดบัวขาวแถวบ้าน ในวันนั้น ผมร้สึกดีใจมากที่คุณแม่จะสามารถผ่านข้ามตรุษจีนไปได้ในวันรุ่งขึ้น

ผมได้มีโอกาสพบอาจารย์อีกครั้ง ในทริปที่ไปพม่าที่ผ่านมา ผมบอกกับอาจารย์ว่า คุณแม่อาการดีขึ้น มาก ๆ อาจารย์บอกว่า แสดงว่าที่ขอไปได้ผล (ผมมาทราบจากนุในภายหลังว่า อาจารย์เคยบอกกับนุว่า ได้ขอกับท่านท้าวมหาพรหมยมราชไว้ให้ในเรื่องคุณแม่ผม) ที่พม่า อาจารย์บอกว่า เพื่อเป็นการส่งท้าย ขอให้คุณแม่เป็นเจ้าภาพบวชเณร และถวายบายศรีเทพ พรหม และปากชาม ให้กับท่านท้าวมหาพรหมยมราช ที่แพร่

เมื่อกลับจากพม่า ผมได้ทำบุญแทนคุณแม่ เป็นเจ้าภาพบวชเณรเรียบร้อย ก็มีแต่เรื่องบายศรีที่ยังไม่มีโอกาสไปที่แพร่ได้
ในเดือนเมษาที่ผ่านมา ถึงเวลาตรวจร่างกายคุณแม่หลังจากครบ 1 ปี ผลการตรวจร่างกาย (ตรวจเลือด และส่องกล้อง) ปรากฎว่า “ผ่าน” และไม่ต้องทานยาคีโมอีกแต่อย่างใด ลูก ๆ ทุก ๆ คนดีใจมากครับ เหมือนปาฏิหารย์จริง ๆ ครับ คุณหมอบอกว่า คนไข้หลาย ๆ คน สามารถอยู่ได้อีก ถึง 7-8 ปี สบาย ๆ และตอนนี้คุณแม่ก็สามารถเดินได้แล้วครับ ด้วยการใช้ไม้เท้าช่วย ซึ่งในตอนแรก ๆ คุณหมอบอกว่า ไม่แน่ใจว่าจะกลับมาเดินได้เป็นปกติหรือไม่ (ผมลืมบอกไปว่าที่พม่า อาจารย์บอกว่า “สบายแล้ว อยู่ได้จนถึงอายุ 87 เลย”)

ผมได้มาพบอาจารย์อีกครั้งที่เชียงใหม่ ต้นเดือนมิถุนายน 2554 เพื่อร่วมสร้างพระยอดปารมี พระทันใจ ที่วัดศรีดอนมูล และด้วยความกรุณาของคุณแม่ของอาจารย์ ท่านอนุญาติให้ผมฝากบายศรีไปกับท่าน เพื่อถวายให้กับท่านท้าวมหาพรหมยมราช ต้องขอขอบคุณคุณแม่ไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ

ในคืนวันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน ที่ผ่านมาประมาณห้าทุ่ม ที่วัดศรีดอนมูล ผมบอกลาอาจารย์ (เนื่องจากวันรุ่งขึ้น ต้องทำงาน) ด้วยประโยคสุดท้ายในวันนั้นว่า “ขอบคุณอาจารย์มาก ๆ นะครับ ที่ช่วยคุณแม่ผม” . . . . ขอบคุณจริง ๆ ครับ



ประสบการณ์กับหอพยายม โดย ภอ.ศิปภา ปุญชุพิศาล
(ผู้ดูแลหอพยายมอย่างใกล้ชิด)

 
         วันนี้เป็นฤกษ์งามยามดี..ที่แม่ก็จะมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับหอพญายมราชจากประสบการณ์จริงๆของแม่ค่ะ..

      เมื่อปลายปี 2552 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแพร่ เขต 2 ซึ่งจะมีโรงเรียนในสังกัดได้แก่ อำเภอลอง อำเภอวังชิ้น อำเภอสูงเม่น และอำเภอเด่นชัย ได้มีการเปิดสอบผู้บริหารโรงเรียนขึ้น ทั้งนี้ผู้ที่จะสอบต้องผ่านการสอบภาค ก. เป็นวิชาความรู้ทั่วไปพื้นฐานของผู้บริหาร ซึ่งแม่ได้เตรียมตัวสอบก่อนแล้วเหมือนการสอบจองหงวน ที่ต้องไปสอบส่วนกลาง ครานั้นมีการสอบที่โรงเรียนยุพราช จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งเดียวติดเจ้าค่ะ....เพราะก่อนเดินทางแม่เข้าไปกราบที่หอพญายมแล้วกราบอธิษฐานขอพรท่านท้าวพญายมราช และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่บ้าน. .....แม่ขอสอบได้....คราวนี้ไม่เครียดค่ะ..ขอแค่สอบได้ เพราะ 60 % ถือว่าผ่าน..ผ่านเจ้าค่ะ..83 %

      ชีวิตคนแก่..ที่ไปแข่งกับเด็กๆ ที่พึ่งเรียนจบหมาดๆ.....ใส่แว่นขยับแล้วขยับอีก..มีหลายคนถามว่าเป็นรองผู้อำนวยการตั้ง 16 ปี ทำไมพึ่งคิดจะมาสอบตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนเอาตอนนี้..เหลือเวลาอีกไม่กี่ปี คำตอบที่แม่ทราบแก่ใจ..คือแรงศรัทธา แรงบุญ แม่จึงมีวันนี้จ๊ะ..น่าอัศจรรย์นัก..เป็นอันว่าแม่สอบภาค ก.ได้มีคุณสมบัติพร้อมที่จะสอบภาค ข.ได้อีกเปิดทั่วประเทศ ไปสอบได้ทุกที่เหมือนมีพาสปอร์ต
คำตอบที่ทำให้แม่...ประจักษ์อีกครั้ง..จังหวัดแพร่เปิดสอบผู้บริหาร..คุณตา ครูคนแรก และพระประจำบ้านบอกว่าให้ไปสอบเพราะโรงเรียนใกล้บ้านว่าง..ต้องได้อยู่ใกล้บ้านแน่ๆ....แม่ต้องมานั่งทบทวนอ่านหนังสืออีกครั้ง..ถามว่าได้อ่านมั้ย...ชีวิตมีแต่งานค่ะ..ยิ่งอยู่ในตำแหน่งรองผู้อำนวยการโรงเรียน..รับ..ชอบ..มอบรอง...นั่งทำงาน..มองหนังสืออ่านเตรียมสอบ..หนุนนอนมากกว่าอ่าน..แต่จิตไม่ว้าวุ่นค่ะ...ทุกวันสวดมนต์ทำหน้าที่ทั้งงานราษฎร์ และงานหลวงปกติ มีเวลาแค่ 15 วันก่อนวันสอบจริง...ทั้งอบรม.ทั้งงานด่วนๆๆสุด.. 

      จนกระทั่งวันสอบ วันแรกสอบข้อเขียน ภาค ข วันที่สอง สอบสัมภาษณ์ ภาค ค สิ่งที่แม่จำได้แม่นยำที่สุด...ก่อนออกจากบ้านแม่จุดธูปไหว้พระตามปกติ....และอ้อมไปกราบลักษณะย่อตัวลงคุกเข่าหน้าผากแตะ มือสองข้างแบทาบแตะผนังด้านหลังหอพญายมราช....วันนี้แม่จะไปสอบตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนเพื่อจะได้มาสร้างคุณงามความดีให้แก่บ้านเรา....กุศลที่สร้าง ความดีงามที่ให้โอกาสแก่เด็กๆ.. แม่แก่แล้วที่ ๑ ไม่เอา ขอที่..๕ ก็แล้วกัน...นะเจ้าคะ.....

       29 ธันวาคม 2552 ประกาศผล..แม่สอบได้ลำดับที่ ๕ จริงๆๆๆเจ้าค้า....คนที่ดีใจที่สุดคือคุณตาแม่ได้ดูแลคุณตาใกล้ชิดขึ้น..และได้บรรจุเมื่อ 5 เมษายน 2553..ปีกว่าๆเองค่ะเป็นปลื้มของคนแก่...เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้กราบโมทนาในกุศลความดีงามทั้งปวง ท่านท้าวพญายมราช เทพยดา อารักษ์ ที่ปกปักษ์รักษาในกองบุญหมื่นฟ้าจึงบังเกิดสิ่งที่ดีงาม สิ่งที่เป็นมงคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งดวงใจแม่..อาจารย์ไวรุศมุณี องค์อารยะปภาช..
เล่าจากประสบการณ์จริงวันนี้ รายละเอียดการทำงาน บทบาทของคนแก่..ติดตามตอนต่อไปได้เจ้าค่ะ...

ศิปภา ปุญชุพิศาล ....อาจารย์ตั้งให้เจ้าค่ะ (แสงสว่างของพระจันทร์ ผู้อยู่ในตระกูลแห่งบุญอันรุ่งเรือง)
ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านนาตุ้ม ต.บ่อเหล็กลอง อ.ลอง จ.แพร่ facebook .com/เดือนฉาย เต็มดวง ขอบคุณทุกท่าน ขอบคุณทุกแรงใจ ขอบคุณทุกแรงบุญ...ได้พบเจอกับทุกท่านถือว่าเป็นบุญวาสนายิ่งนัก
โมทนาสาธุ..เจ้าค่ะ

 

 

ประสบการณ์กับหอพยายม โดย คุณวาสนา ขุนทรง
(ผู้มีประสบการณ์มากๆกับหอพยายมมากท่านนึง) 

วาสนาได้จูจักอาจารย์ไวรุศมุณีเมื่อต้นปี 2553 และได้ไปทำบุญที่เชียงใหม่,แพร่,ลำพูน เลยได้รูจักที่บ้านอาจารย์และท่านได้แนะนำพี่กุมารให้ทราบ
วาสนาดีใจมาก เพราะต้องการช่วยลูกเรื่องเรียนอยู่แล้ว เลยเริ่มขอความเมตตาเลย เพราะปี2554 ลูกจะสอบเข้าม. 1 รร.สตรีวิทยา
ก่อนสอบจริงเลยขอสอบอย่างอื่นก่อนเลย..ขอทุกครั้ง (ทั้งสำคัญและไม่สำคัญ):
เดือนสิงหาคม – สอบคณิต เพชรยอดมงกุฎ
เดือน กันยายน – สอบวิทยาศาสตร์เพชรยอดมงกุฎ ระดับประเทศ
เดือนพ.ย. สอบ ภาษาไทยเพชรยอดมงกุฎ
และสอบระดับเขตอีกมากมายที่ร.ร.จัด จนถึงเวลาสอบเข้ารร ม.1 จริงเริ่มมาถึง...
สอบที่สาธิตราชภัฏนครปฐมก่อนเพราะมีกำหนดมาก่อนของ ร.ร. สตรีวิทยา
ด้วยจิตโลภก็ขอที่นี่ไว้ด้วยเผื่อถ้าไม่ได้ที่สตรีวิทยาอะไรทำนองนั้น แต่คิดเฉยๆนะ พี่กุมารก็คงทราบในใจหมด พอถึงเวลาสอบที่ร.ร.สตรีวิทยาจริง (เขามีสอบ 2 รอบ) รอบแรก รับ 72 คน เป็นห้องที่ลูกอยากได้ ทำเหมือนเดิมทุกอย่าง

อาจารย์เมตตาเป่าของที่ใช้สอบทุกอัน
และท่านก็บอกว่าได้ พอประกาศผล สอบไม่ติด ขาดวิทยาศาสตร์ไป 1 ข้อ (คุณลูกก็ร้องไห้คุณแม่ก็ช็อคเลย) แต่ลูกยืนยันว่าจะสอบรอบ 2 ใหม่ ผลออกมาก็ได้อันดับที่ 20 แต่รอบนี้แค่จุดธูปขอโหสิ ที่หอท้าวพยายมอย่างเดียวเท่านั้น
ถ้าท่านให้อภัยทุกอย่างก็ออกมาด้วยดี (อาจารย์ให้จุดธูป16 ดอก 1 วันขอขมา วาสนาขอขมา 3 วันเลย กลัวมาก)
และหลังจากนั้นมาก็ไม่กล้าขออะไรที่ไม่จำเป็นอีกเลย ปล่อยไปตามบุญและวาสนาที่มี ไว้ขอให้ช่วยตอนที่จำเป็นจริงๆค่ะ
เข็ด, กลัวมาก แต่รักมากและเชื่อมาก
ทุกวันนี้ที่บ้านมี พ่อเฮง+พี่จุก+รักยม ท่านอาจารย์เมตตาให้มาดูแล สวดมนต์ทำบุญก็อุทิศมอบให้หาอาหารให้บ้างเวลาที่อำนวย ดีค่ะเหมือนเป็นสมาชิกในบ้านด้วย
พ่อบ้านก็ชอบไปสวดมนต์กับพ่อเฮง คนเลี้ยงเด็กก็ขอเลขเด็ดกับพ่อเฮง(แต่ไม่ถูกเพราะบุญยังไม่มี)

สรุปใครจะช่วยได้มากได้น้อยขึ้นอยู่กับบุญของเราเป็นส่วนใหญ่ จะขอเมตตาให้ใครช่วยต้องช่วยตัวเองก่อน

เติมบุญให้ตัวเองเยอะๆ พอต้องการเอาใช้จะได้ดังที่หวังคะ(ไม่มีเวลาไปทำบุญก็โอนไปฝากร่วมบุญกับท่านอาจารย์ก็ได้ สะดวกดี
ที่ผ่านมา วาสนาคิดว่าพี่กุมารที่หอท้าวพยายมก็เมตตาวาสนามากที่สุด แต่ก็ต้องให้บทเรียนความโลภบ้างจะได้คิดได้

ขอกราบขอบพระคุณค่ะ ทั้งท่านอาจารย์และทุกๆท่านที่หอท้าวพยายม กราบขอบคุณจากใจจริงๆๆคะ (คิดว่า วาสนาเป็นลูกศิษย์รุ่นนี้คนเดียวที่ใช้บริการมากที่สุด)
และโดนทำโทษหนักมากที่สุด ดีใจสุดๆและเสียใจสุดๆคะ

วาสนา ขุนทรง

 



 

 

 

 

 

 


 
หอพยายม
- ประสบการณ์กับหอพยายมราช [24 มิถุนายน 2554 10:46 น.]
- ประวัติหอพยายมราช [24 มิถุนายน 2554 10:46 น.]
ดูทั้งหมด

ข้อควรปฎิบัติในการแสดงความคิดเห็น
  • ไม่โพสคำหยาบ
  • ไม่พาดพิงผู้อื่นในทางเสียหาย
  • ไม่พาดพิงถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพรักของชาวไทย
หากตรวจพบจะทำการลบข้อความนั้นๆ ทิ้งทันที
  แสดงความคิดเห็น

ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวขีดกลาง ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา รูปภาพ ลิ้งก์ ขนาดต้วอักษร สีต้วอักษร

ชื่อ: *
E-mail : *
ไม่ต้องการแสดง Email
รหัสตรวจสอบ : Security Image
* กรุณากรอกรหัสที่อยู่ในรูป

สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 11
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 907
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 1,435,267
 เปิดเว็บ 01/06/2554
 ปรับปรุงเว็บ 18/10/2557
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
21 ตุลาคม 2557
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
   
10  11 
12  13  14  15  16  17  18 
19  20  21  22  23  24  25 
26  27  28  29  30  31   
             
Copyright by กองบุญหมื่นฟ้า
7/10 หมู่ 1 ถนน บางขุนเทียน-ชายทะเล แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพ 10150
Engine by MAKEWEBEASY